คำตอบสั้น ๆ: หลักดูแลหลังฉีด
- รักษาความสะอาดบริเวณรอยเข็ม และหลีกเลี่ยงการจับหน้าโดยไม่จำเป็น
- อย่านวด กด หรือปั้นฟิลเลอร์เอง เว้นแต่แพทย์สั่งอย่างชัดเจน
- เลี่ยงออกกำลังกายหนัก ความร้อน ซาวน่า และแอลกอฮอล์ช่วงแรก
- บวมช้ำเล็กน้อยพบได้ แต่ควรค่อย ๆ ดีขึ้น
- ถ้าปวดมาก ผิวซีด/คล้ำเป็นลาย มีอาการทางตา หรืออาการคล้ายหลอดเลือดสมอง ให้ติดต่อด่วน
- เก็บช่องทางติดต่อฉุกเฉินของคลินิกไว้ก่อนออกจากคลินิก
24 ชั่วโมงแรก
วันแรกควรทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย: ล้างหน้าอ่อนโยน มือสะอาด ไม่ถูแรง และไม่ใช้สกินแคร์รุนแรงบนรอยเข็ม หากคลินิกแนะนำให้ประคบเย็น ให้ทำอย่างเบา ๆ ตามวิธีที่ได้รับ ไม่ควรกดแรงเพราะอาจระคายเคืองหรือรบกวนผลลัพธ์บางตำแหน่ง
ควรเลี่ยงความร้อนและสิ่งที่ทำให้หน้าแดงจัด เช่น ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ อาบน้ำร้อนมาก ออกกำลังกายหนัก และดื่มแอลกอฮอล์มาก เพราะอาจทำให้บวมช้ำมากขึ้น หากแพทย์ให้คำแนะนำเฉพาะตำแหน่ง ให้ยึดคำแนะนำนั้นเป็นหลัก
ช่วง 2-7 วัน
อาการบวมและรอยช้ำอาจชัดขึ้นในวันถัดมาแล้วค่อย ๆ ลดลง ปากและใต้ตามักบวมเห็นชัดกว่าตำแหน่งอื่น อย่าตัดสินทรงเร็วเกินไป และอย่าพยายามปั้นหรือดันฟิลเลอร์เองถ้าแพทย์ไม่ได้สอนวิธีเฉพาะ
ควรถามคลินิกว่าเมื่อไหร่จึงกลับไปทำ facial massage, ทำฟัน, เลเซอร์, RF, ใช้กรดแรง retinoid หรือยาสิวได้ เพราะคำตอบขึ้นกับตำแหน่ง ความลึกของการฉีด ชนิดฟิลเลอร์ และสภาพผิวของคุณ
อาการแบบไหนมักถือว่าพบได้
- บวม ตึง หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
- รอยช้ำหรือรอยเข็มเล็ก ๆ
- ดูไม่เท่ากันชั่วคราวระหว่างที่บวมยังเคลื่อนอยู่
- รู้สึกแน่นหรือแข็งกว่าปกติในช่วงแรก
อาการที่พบได้ควรมีแนวโน้มเบาลง ไม่ใช่รุนแรงขึ้น หากรู้สึกมากกว่าที่คลินิกแจ้ง ควรติดต่อคลินิกแทนการรอดูเองเงียบ ๆ
สัญญาณอันตรายที่ควรรีบติดต่อ
ติดต่อคลินิกทันที หรือพบแพทย์ฉุกเฉิน หากมีอาการเหล่านี้:
- ปวดมากหรือปวดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปวดผิดปกติ
- ผิวบริเวณฉีดซีด ขาว เทา น้ำเงิน คล้ำ หรือเป็นลาย
- ผิวดูดำลง พุพอง เป็นแผล หรือมีเนื้อตาย
- ตามัว เห็นภาพผิดปกติ ปวดตา ปวดหัวรุนแรง หรือเวียนหัวมาก
- หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง ชา พูดไม่ชัด หรือเดินลำบาก
- มีไข้ หนอง แดงลาม หรือร้อนบริเวณแผลที่สงสัยติดเชื้อ
หากสงสัยภาวะหลอดเลือดอุดตันจาก HA filler การรักษาด้วย hyaluronidase อาจมีเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่านวดหรือทาสกินแคร์เองเพื่อแก้อาการฉุกเฉิน
ควรเลี่ยงอะไรจนกว่าจะเข้าที่
- กด บีบ นวด หรือกดทับบริเวณที่ฉีด หากแพทย์ไม่ได้สั่ง
- facial, นวดหน้า, ทำฟัน หรือหัตถการใกล้บริเวณนั้นจนกว่าคลินิกอนุญาต
- ออกกำลังกายหนัก ซาวน่า อบไอน้ำ โยคะร้อน และแอลกอฮอล์หนักในช่วงแรก
- แต่งหน้าทับรอยเข็มสด หากคลินิกให้รักษาความสะอาด
- รีบแก้หรือเติมเร็วเกินไปก่อนบวมยุบ เว้นแต่มีอาการทางการแพทย์
สรุป
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์คือการใจเย็น: รักษาความสะอาด เลี่ยงความร้อนและแรงกด และให้เวลาบวมยุบ แต่ถ้ามีอาการปวดผิดปกติ ผิวเปลี่ยนสี หรืออาการทางตา อย่ารอให้หายเอง ให้ติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันที