ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | Ulthera | Oligio |
|---|---|---|
| เทคโนโลยี | อัลตราซาวนด์แบบโฟกัสพร้อมภาพ (MFU-V) | คลื่นวิทยุโมโนโพลาร์ (RF) |
| รูปแบบพลังงาน | จุดความร้อนขนาดเล็กที่ระดับความลึกตามแผน | ความร้อนเป็นปริมาตรกว้าง ควบคุมด้วยการสัมผัสของหัว ค่า impedance และการตั้งค่า |
| เห็นชั้นเนื้อเยื่อระหว่างทำ | เห็น — ระบบภาพเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน | ไม่มีภาพอัลตราซาวนด์ ใช้ระบบส่ง RF ความเย็น และข้อมูลตอบกลับของเครื่อง |
| โจทย์หลักโดยทั่วไป | ความหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลางที่ต้องวางพลังงานตามระดับความลึก | ความหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง ความแน่นของผิว และการปรับคอลลาเจน |
| ช่วงพักตัว | มักน้อย แต่อาจกดเจ็บ บวม หรือความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว | มักน้อย แต่อาจแดง บวม กดเจ็บ หรือมีปฏิกิริยาจากความร้อน |
| หน่วยนับ | นับเป็น line | นับเป็น shot ซึ่งไม่เท่ากับ line ของ Ulthera |
จุดโฟกัสกับความร้อนแบบปริมาตร
Ulthera รวมพลังงานอัลตราซาวนด์เป็นจุดความร้อนขนาดเล็กที่ระดับโฟกัสตามหัวรักษา ตัวเลข 4.5 มม. ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุก line อยู่ในชั้น SMAS เพราะความหนาของชั้นใบหน้าแตกต่างตามตำแหน่งและแต่ละคน ภาพอัลตราซาวนด์ช่วยให้ผู้ทำตรวจชั้น dermal และ subdermal ยืนยันการแนบหัว และหลีกเลี่ยงกระดูก แต่ไม่ได้ทำให้หัตถการปราศจากความเสี่ยง
Oligio ส่งกระแส RF โมโนโพลาร์ระหว่างหัวรักษากับแผ่นรับกระแสกลับ ทำให้เกิดความร้อนเป็นบริเวณกว้างตามค่า impedance พร้อมทำความเย็นที่ผิวชั้นนอก ในทางเวชศาสตร์ความงาม ความร้อนนี้ถูกใช้โดยมีเป้าหมายให้เนื้อเยื่อกระชับและเกิดการปรับคอลลาเจน ไม่ได้สร้างจุดพลังงานแบบอัลตราซาวนด์ Oligio ผลิตโดย Wontech ไม่ใช่ Classys
ปัญหาแบบไหนเข้ากับเครื่องใด
- Ulthera อาจถูกพิจารณา เมื่อโจทย์คือความหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง และแพทย์ต้องการวางพลังงานตามความลึกพร้อมภาพประกอบ
- Oligio อาจถูกพิจารณา เมื่อเน้นความแน่นของผิว ความหย่อนระยะแรกบริเวณใบหน้าส่วนล่าง และการปรับคอลลาเจน
- ไม่ควรเลือกเครื่องใดเป็นวิธีกำจัดชั้นไขมันเฉพาะตำแหน่งอย่างคาดการณ์ผลได้ เติมปริมาตรที่หายไป หรือทดแทนการผ่าตัด หากกังวลเรื่องไขมันใต้คาง แก้มตอบ หรือแก้มห้อยมาก ต้องแยกประเมินสาเหตุก่อน
อายุเพียงอย่างเดียวเลือกเครื่องไม่ได้ คุณภาพผิว ไขมันบนใบหน้า โครงกระดูก หัตถการเดิม และบริเวณที่จะรักษาสำคัญกว่า
ความเจ็บ ช่วงพักตัว และผลลัพธ์
Oligio มักถูกวางตลาดว่าสบายกว่าเพราะมีระบบความเย็นและการสั่น ส่วน Ulthera อาจรู้สึกปวดลึกหรือจี๊ดเป็นช่วงขณะปล่อยแต่ละ line ความเจ็บต่างกันในแต่ละคน และไม่ควรขายเครื่องใดว่าไม่เจ็บเลย
ทั้งสองมักใช้ช่วงพักตัวน้อย แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลต่อเนื้อเยื่อหรือไม่มีความเสี่ยง ผลค่อย ๆ ชัดในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน หลักฐานสนับสนุนการดีขึ้นในความหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลางบางกลุ่ม แต่แผนการรักษาและวิธีวัดผลต่างกันมากเกินกว่าจะรับประกันระยะผลหรือประกาศผู้ชนะสำหรับทุกคน
ความเสี่ยงและข้อห้าม
อัลตราซาวนด์อาจทำให้กดเจ็บ บวม ช้ำ หรือความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว ส่วนแผลไหม้ รอยนูนหรือรอยเป็นแนว และอาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทแบบชั่วคราวพบไม่บ่อยแต่มีรายงาน RF โมโนโพลาร์อาจทำให้แดง บวม และกดเจ็บ ส่วนการบาดเจ็บจากความร้อนรวมถึงแผลไหม้อาจเกิดได้หากการสัมผัส ระบบความเย็น หรือการส่งพลังงานไม่เหมาะสม
เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจแบบฝัง หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานอยู่ในร่างกายเป็นข้อห้ามโดยเด็ดขาดของ RF โมโนโพลาร์ จึงไม่ควรทำ Oligio ผู้ตั้งครรภ์และให้นมบุตรถูกคัดออกจากงานวิจัย Oligio ที่อ้างถึง จึงควรเลื่อนหัตถการเพื่อความงามออกไป ส่วนโลหะหรือรากฟันเทียมชนิดไม่ทำงาน ผิวที่กำลังอักเสบ โรคประจำตัว และหัตถการที่เพิ่งทำ ต้องประเมินตามชนิดอุปกรณ์และตำแหน่งเป็นรายกรณี
ทำไม line เทียบ shot ไม่ได้
หนึ่ง line ของ Ulthera ประกอบด้วยจุดความร้อนโฟกัสเรียงกัน ส่วนหนึ่ง shot ของ Oligio ส่ง RF ผ่านหัวรักษาบนพื้นที่หนึ่ง หน่วยทั้งสองมาจากระบบพลังงาน รูปแบบการครอบคลุม และแผนการรักษาคนละชนิด ดังนั้นคำว่า “Oligio 600 shot เท่ากับ Ulthera 600 line” จึงไม่มีความหมาย
ควรถามแทนว่าจะรักษาบริเวณใด ใช้ความลึกหรือหัวแบบไหน แพทย์ต้องการ endpoint อะไร และแผนนั้นตรงกับกายวิภาคของเราอย่างไร
คำถามก่อนจอง
- ต้องการเปลี่ยนอะไรบนใบหน้า — ความหย่อน ความแน่นของผิว ไขมัน หรือปริมาตร?
- ใช้เครื่องและรุ่นใดแน่?
- ใครเป็นผู้วางแผนและทำหัตถการ?
- Ulthera จะใช้ภาพช่วยวางพลังงานอย่างไร? Oligio จะเลือกหัว จำนวน pass และติดตามความร้อนอย่างไร?
- คาดหวังผลอะไรได้ และเครื่องทั้งสองแก้อะไรไม่ได้?
- อาการใดต้องติดต่อคลินิก?
สรุป
เลือก Ulthera หรือ Oligio จากปัญหาและแผน ไม่ใช่เทียบ line กับ shot Ulthera ให้อัลตราซาวนด์โฟกัสตามความลึกพร้อมภาพ ส่วน Oligio ให้ความร้อน RF โมโนโพลาร์เป็นปริมาตร แพทย์ที่อธิบายได้ว่าทำไมรูปแบบหนึ่งจึงเหมาะกับกายวิภาคของเรา รวมถึงทำไมทั้งสองอาจไม่พอ มีค่ากว่าแพ็กเกจที่ให้ตัวเลขเยอะที่สุด